ยินดีต้อนรับสู่บล๊อกของคนทำเกษตรอินทรีย์ด้วยนวัตกรรม

เกษตรน่ารู้ : แนวทางเกษตรยั่งยืน (Sustainable Agriculture)


เป็นการทำเกษตรที่ครอบคลุมวิถีชีวิตของเกษตรกรทั้งหมด เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตและการจัดการรูปแบบของการทำเกษตร เพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ ให้ความสำคัญกับดิน น้ำ การเพาะปลูกพืช การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น ลดละเลิกใช้สารเคมี ในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรทำให้คนในครอบครัว และชุมชน มีความรักสามัคคี พึ่งพาตนเองได้ในทางเศรษฐกิจ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่งผลดีต่อเกษตรกรและผู้บริโภคด้วย และองคาพยพโดยรวมของประเทศ


นั้นเป็นบทสรุปความหมายคร่าวๆ ที่ผมได้สรุปมาจากบทความทางวิชาการหลายแหล่ง ซึ่งนิยามหรือความหมายของแนวทางเกษตรยั่งยืน หรือเรียกอีกอย่าง ว่าเป็นเกษตรกรรมทางเลือก มาให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยหลักแล้ววัตถุประสงค์ของเกษตรยั่งยืน คือ ต้องการที่จะให้การทำเกษตรของเกษตรกรนั้น มีความมั่นคงถาวรในการทำเกษตรระยะยาวหรือเป็นการทำการเกษตรเพื่อดำรงชีพ และใช้เป็นทางเลือกในการทำการเกษตรรูปแบบต่างๆ ผสมผสานกันไป โดยคำนึงถึงระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นสำคัญ

แนวทางการทำเกษตรแบบยั่งยืน



จากการผลักดันของหน่วยงานและภาครัฐอย่างจริงจังตลอดมา ก็ทำให้การทำเกษตรในรูปแบบพึ่งพิงธรรมชาติ ลดปัจจัยการผลิตจากภายนอกให้ได้มากที่สุด ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของคนในแต่ละท้องถิ่นมาใช้ในการเกษตร ในสายตาของผมการทำเกษตรในแนวทางเลือกนี้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้หันมาทำเกษตรกันมากขึ้น พวกเขาเหล่านั้นเรียนจบมาบางคนทำงานประจำไปสักระยะก็ลาออก และไม่กลับไปทำงานประจำอีกเลย (รวมถึงผู้เขียนบทความนี้ด้วย) หรือบางคนจบระดับปริญญามาก็ไม่ไปทำงานประจำเลยก็มี แต่หันกลับบ้านเกิดมาทำอาชีพส่วนตัวบ้าง หรือเข้ามาทำเกษตรก็มีมากเลยทีเดียว กระจายอยู่ทั่วทุกจังหวัดในประเทศ และเกษตรกรรุ่นใหม่เหล่านี้นี่เอง เป็นกลุ่มคนที่มากด้วยความรู้และวิทยาการสมัยใหม่ ถือว่าเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคการเกษตรของประเทศไทยเรา



จะเห็นได้ว่าการพัฒนาและสนับสนุนด้านการเกษตรของทุกภาคส่วน ได้ช่วยสร้างความก้าวหน้าและมีพัฒนาการด้านการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก จากการทำเกษตรในรูปแบบดั้งเดิมเหมือนสมัยปู่ย่าตายายของเรา แต่ในปัจจุบันนี้การทำเกษตรมีความทันสมัยขึ้น ซึ่งเกิดจากลูกหลานของเกษตรกรเอง ที่ได้ไปเล่าเรียนมา และก็นำความรู้มาช่วยพัฒนาต่อยอดในการทำเกษตรของพ่อแม่ จะเห็นว่ามีเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF: Young Smart Farmer) ที่ประสบผลสำเร็จในการทำเกษตรในแต่ละด้านไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน หรือปลูกพืชเฉพาะอย่างไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้แต่ละชนิด ขึ้นอยู่กับบริบทสภาพพื้นที่ของแต่ละคน กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่น่ายินดีและน่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะอย่างน้อยที่สุด สิ่งที่เป็นรากฐานของเราที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ ก็ยังไม่เลือนหายไปตามกาลเวลาแน่นอน

รูปแบบการทำเกษตรยั่งยืน


ผมได้อารัมภบทหลักการของเกษตรยั่งยืนมาพอประมาณแล้ว และสุดท้ายก็จะอ้างอิงตามหลักวิชาการของเกษตรยั่งยืน หรือเกษตรทางเลือกนั้น มีรูปแบบไหนบ้างที่ได้กำหนดไว้ให้กับเกษตรกรได้เลือกทำ ผมขอเลือกมา 5 รูปแบบ ซึ่งเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจจะเลือกทำเกษตรในรูปแบบไหนก็สุดแล้วแต่ความชอบและพึงพอใจ หรืออาจจะเลือกทำ 2-3 รูปแบบร่วมกันเลยก็ได้ ไปดูกันว่าเกษตรทางเลือกรูปแบบไหนดีและเหมาะสมกับบริบทสภาพพื้นที่ สภาพแวดล้อม ภูมินิเวศ และปัจจัยการผลิต ศักยภาพของเกษตรกรแต่ละคนบ้าง ก็ให้เลือกรูปแบบนั้น เพราะว่าการทำเกษตรในบางรูปแบบก็กลมกลืนกัน คล้ายกัน เพียงแต่แตกต่างในขั้นตอนวิธีการปฏิบัติเล็กน้อยเท่านั้นเอง
  1. เกษตรอินทรีย์ (Organic Agriculture)เป็นการเกษตรที่ไม่ใช่สารเคมีและลดการใช้ปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด เน้นในการสร้างความยั่งยืนทางสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ใช้การปรับปรุงบำรุงดินเป็นหลัก เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน การใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ และรักษาสมดุลความหลากหลายทางชีวภาพในฟาร์ม ใช้วิธีการชีวภาพควบคุมศัตรูพืชหรือใช้สารชีวภาพสกัดจากพืชสมุนไพร ให้ความสำคัญกับธรรมชาติมากที่สุด ผลผลิตทางการเกษตรที่ได้จะปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเกษตรกร

  2. เกษตรธรรมชาติ (Natural Agriculture)เป็นการเกษตรที่คำนึงถึงวิถีธรรมชาติให้ความสำคัญกับธรรมชาติเป็นหลัก จะออกไปในแนววิทยาศาสตร์ธรรมชาติปรัชญาเลยทีเดียว (ความคิดเห็นของผู้เขียน) คือ ลดการรบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด เป็นแนวคิดของชาวญี่ปุ่นและเกาหลี แต่ที่ดังๆ คือ ท่านมาโซโนบุ ฟูกุโอกะ แนวทางของท่านแนะนำให้ใช้พลังงานจากธรรมชาติ โดยการรบกวนและแทรกแซงธรรมชาติให้น้อยที่สุด ปล่อยให้ธรรมชาติเขาจัดสรรกันเอง เช่น แมลงต่างๆ ในธรรมชาติจะกำจัดแมลงศัตรูพืชเอง ใช้การบำรุงดินเป็นหลักปลูกพืชคลุมดิน พืชตระกูลถั่ว เป็นต้น โดยยึดหลักสำคัญ 4 อย่าง คือ ไม่พรวนดิน งดใส่ปุ๋ย ไม่กำจัดวัชพืช ไม่ใช่สารเคมีกำจัดแมลง ตามความคิดของผม ก็คือ ปล่อยให้ธรรมชาติเขาเจริญเติบโตตามวัฎจักรกันไปเองนั้นแหละครับ เพียงแต่เราเข้าไปแอบดูบ้าง แต่ไม่เข้าไปวุ่นวายเขามากนัก ท่านผู้อ่านคิดเหมือนผมไหม?

  3. เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory Agriculture) แนวคิดนี้เป็นแนวคิดของพ่อหลวง ร.๙ ของเราครับ ทรงพระอัจฉริยะภาพในด้านการเกษตรและเป็นบิดาแห่งเกษตรกรรมของประเทศไทยเรา พระองค์ท่านทรงแนะให้ราษฎรปฏิบัติตามแนวคิดทฤษใหม่นี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economics) ทำให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ เป็นการทำเกษตรที่ทำตามกำลังและอัตภาพของตนเอง ปลูกพืชผักหรือเลี้ยงสัตว์ให้พอดีพอมีพอกินพอใช้ โดยจัดสรรพื้นที่ของตนเองเพื่อ,ทำกิจกรรมทางการเกษตรเป็นส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ขุดบ่อหรือสระไว้เก็บกักน้ำ 30% ส่วนที่ 2 ปลูกข้าว 30% ส่วนที่ 3 ปลูกพีชผักและปลูกไม้ผล 30% ส่วนที่ 4 สร้างที่อยู่อาศัย และโรงเรือน รวมถึงคอกเลี้ยงสัตว์ จัดสรรตามความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ของตนเอง
  4. เกษตรผสมผสาน ( Intergrated Farming) เป็นการทำเกษตรแบบปลูกพืชหลายอย่างและเลี้ยงสัตว์หลายชนิดบนพื้นที่เดียวกัน โดยมีการจัดสรรในพื้นที่อย่างเหมาะสมให้เกิดการเกื้อกูลกันในฟาร์มระหว่างพืชกับพืช สัตว์กับพืช มีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรที่มีอยู่ในฟาร์มอย่างคุ้มค่า เช่น เลี้ยงวัวเลี้ยงควายก็เอามูลวัวมูลควายไปหมักทำเป็นปุ๋ยคอกหมักนำมาใส่พืชที่ปลูก เลี้ยงปลาในนาข้าว หรือการเพาะเห็ดแล้วนำขี้เลื่อยเก่าไปหมักทำปุ๋ยหมักไว้ใช้ในฟาร์ม เป็นต้น การทำเกษตรผสมผสานนี้จะทำการปลูกพืชผักหรือเลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคเองในฟาร์ม หากเหลือก็สามารถนำไปขายเพื่อเพิ่มเป็นรายได้เสริมอีกด้วย ในส่วนตัวผมเองก็ใช้หลักการทำเกษตรผสมผสานในฟาร์มของผมเองตั้งแต่เริ่มทำการเกษตร ทำให้มีพืชผักสวนครัวหลายชนิดไว้บริโภคในครัวเรือนได้โดยไม่ต้องไปซื้อทุกอย่าง ช่วยประหยัดได้อีกทางหนึ่ง
  5. วนเกษตร (Agroforestry) เป็นการทำเกษตรในพื้นที่ป่า หรือพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นสวนป่า โดยทำการปลูกพืชแซมเข้าไปในสวนป่า หรือเลี้ยงสัตว์ในสวนป่า มีการนำผลผลิตจากป่ามาใช้ประโยชน์ เช่น นำพืชสมุนไพรจากสวนป่ามาสกัดเป็นยา สร้างระบบเกษตรเลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด โดยให้ป่าอนุรักษ์ดินและน้ำ ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ มีการปลูกไม้ยืนต้นหลากหลายสายพันธุ์หลายชนิดในสวนป่า การทำวนเกษตรแต่ละท้องถิ่นจะแตกต่างกันไปตามภูมินิเวศ วัฒนธรรม ประเพณีของแต่ละท้องถิ่นที่จะจัดการได้ตามศักยภาพของตนเอง





ผู้เขียนบทความ : อินทรีทองเกษตรอินทรีย์

CREDIT PHOTO : PIXABAY