ยินดีต้อนรับสู่บล๊อกของคนทำเกษตรอินทรีย์ด้วยนวัตกรรม

เกษตรธรรมชาติ (Natural Agriculture)


Do-Nothing คือ ไม่กระทำ คุณจะได้ยินคำนี้ในหนังสือปฎิวัติด้วยฟางเส้นเดียว (The One Straw Revolution) ของท่านมาซาโนบุ ฟูกุโอกะ เป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ หากคุณอยากจะศึกษาแนวทางการเกษตรแบบธรรมชาติให้ถ่องแท้และลึกซึ้ง ผมแนะนำให้คุณควรอ่านหนังสือเล่มนี้ ผมจะอธิบายคร่าวๆ ที่สรุปได้ถึงความหมายของการทำเกษตรแบบธรรมชาติพร้อมแนวทางให้คุณผู้อ่านได้ทราบก่อน


จากหนังสือเรื่องปฎิวัติด้วยฟางเส้นเดียว เป็นการเขียนเล่าเรื่องราวถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำเกษตรของท่านฟูกุโอกะ ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวญี่ปุ่น ได้เคยทำงานเป็นนักวิจัยด้านการเกษตร แล้วต่อจากนั้นได้ลาออก ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรในชนบทของญี่ปุ่น กว่าที่จะเขียนหนังสือเล่มนี้มาได้ คุณฟูกุโอกะได้สั่งสมประสบการณ์การทำการเกษตรโดยการทดลองและเฝ้าสังเกตการทำเกษตรมามากกว่า 20 ปี

คำว่า Do-Nothing เป็นคำศัพท์ที่แฝงไปด้วยปรัชญา แต่ไม่ใช่ว่าจะมีความหมายตรงตัวเลยซะทีเดียว แต่ do-nothing ในความหมายของท่านฟูกุโอกะ หมายถึง การร่วมมือกับธรรมชาติอย่างสอดคล้องส่งเสริมกันตามความเป็นจริง ไม่เข้าแทรกแซงกิจกรรมของธรรมชาติมากนัก คือการงดเว้นกิจกรรมที่ไม่จำเป็น ใช้แรงงานที่มีอยู่ไม่ใช่แรงงานจากเครื่องจักร ไม่พึ่งพาปัจจัยภายนอก เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่การปล่อยไปตามยถากรรม

หลักการในการทำเกษตรธรรมชาติ


สรุปหลักการในการทำเกษตรแบบธรรมชาติ (Natrural Farming) ได้ 5 หลักใหญ่ๆ ดังนี้
  1. ไม่ไถพรวนดิน
  2. ไม่ใส่ปุ๋ย
  3. ไม่ถากถางกำจัดวัชพืช
  4. ไม่กำจัดแมลงและศัตรูพืช
  5. ไม่ตัดแต่งกิ่ง



ผมจะขอเล่าพร้อมอธิบายหลักการทั้ง 5 ข้อที่สรุปได้จากหนังสือปฏิวัติด้วยฟางเส้นเดียว ในรายละเอียดของการทำการเกษตรแบบธรรมชาติของท่านฟูกุโอกะ

ข้อแรก การไม่ไถพรวนดิน ให้ทำการปลูกพืชคลุมดิน จำพวกพืชตระกูลถั่วแทน ซึ่งจะให้ธาตุอาหารจำพวกไนโตรเจนแก่ดินได้มาก เพราะการไถพรวนดินจะทำให้โครงสร้างของดินสูญเสียสมดุลทางธรรมชาติไป ส่งผลเสียต่อการปลูกพืชบางชนิด

ข้อที่สอง ไม่ใส่ปุ๋ย แต่ใช้วิธีการข้อแรกคือให้พืชคลุมดินที่ปลูกเน่าเปื่อยย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยให้กับดินเองตามธรรมชาติโดยใช้จุลินทรีย์ในดินช่วยในการย่อยสลาย และวิธีการเลี้ยงเป็ดในนาข้าวหรือในแปลงเกษตร จะทำให้ได้มูลเป็ดเป็นปุ๋ยให้แก่ดินตามธรรมชาติ เป็นต้น แต่จะไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีเด็ดขาด เน้นการใช้ฟางข้าวช่วยคลุมดิน เพื่อรักษาสภาพดินอีกด้วย

ข้อที่สาม การไม่ถากถางกำจัดวัชพืช โดยใช้เทคนิคให้วัชพืชบางชนิดช่วยป้องกันพวกนกหนูหรือแมลงเข้าทำลายเมล็ดพันธุ์พืชที่หว่านไว้ และวัชพืชบางชนิดก็ยังย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย เช่น การให้วัชพืชบางชนิดช่วยบังเมล็ดข้าวเปลือกที่ห่อหุ้มไว้ด้วยดินเหนียว คล้ายกระสุนดินเหนียวที่หว่านไว้ในแปลงนาบังสายตาจากนกหรือป้องกันการจิกกินเมล็ดข้าวจากนก เป็นต้น

ข้อที่สี่ ไม่กำจัดแมลงและศัตรูพืช คือปล่อยให้แมลงเขากำจัดกันเองตามวงจรชีวิตของแมลงในธรรมชาติ  เช่น ใช้ตัวห้ำ ตัวเบี้ยนในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ปล่อยให้แมลงมุมสร้างใยเพื่อดักจัับแมลงต่างๆ เป็นต้น

ข้อที่ห้า ไม่ตัดแต่งกิ่ง ปล่อยให้ต้นไม้หรือพืชเขาเจริญเติบโตไปเองตามรูปแบบของเขาในธรรมชาติ ไม่ไปตัดแต่งเพื่อเร่งการเติบโต เพราะจะทำให้วงจรหรือระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติของพืชหรือต้นไม้ผิดแผกไป และให้ผลผลิตที่ไม่ได้รสชาดจากธรรมชาติอย่างแท้จริง


นี่เป็นเพียงหลักการที่ผมสรุปได้คร่าวๆ จากหนังสือเล่มนี้ ที่ถ่ายทอดการทำเกษตรแบบธรรมชาติของท่านฟูกุโอกะมาให้คุณอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมสนใจเป็นอย่างมากที่จะศึกษาอย่างจริงจังและยึดถือเป็นแนวทางในการทำเกษตรของผมต่อไปในอนาคต  โดยผมได้มีแนวทางไว้ว่าจะทำเกษตรไปในรูปแบบแนวทางนี้ พร้อมกับประยุกต์หรือผสมผสานให้กลมกลืนไปกับการทำเกษตรอินทรีย์ของผมที่ทำมาแต่เดิม

หากท่านผู้อ่านสนใจที่จะศึกษาแนวทางการทำเกษตรธรรมชาติเพิ่มเติม ก็สามารถเข้าไปอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ที่นี่ ผมได้โหลดลิงค์ให้ผู้อ่านได้โหลดไปอ่านเป็นไฟล์ pdf ไว้แล้ว

จากแนวคิดในหนังสือจะเป็นปรัชญาการทำเกษตรที่ลึกซึ้ง ในความคิดของผมถือว่าเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตอีกด้วย โดยจะเน้นแนวความเชื่อหรือคำสอนในนิกายเซนต์ และพระพุทธศาสนาเข้าไปอย่างแยบยล

ผู้เขียนบทความ : อินทรีทองเกษตรอินทรีย์

CREDIT PHOTO: PIXABAY