ยินดีต้อนรับสู่บล๊อกของคนทำเกษตรอินทรีย์ด้วยนวัตกรรม

การเพาะเห็ดนางฟ้าเห็ดเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบเศรษฐกิจพอเพียง



เห็ดเป็นอาหารที่ผู้คนนิยมบริโภค โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี และในดอกเห็ดยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย จากงานวิจัยหลายฉบับ เห็ดชนิดต่างๆ ยังมีสรรพคุณทางยาแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของเห็ดอีกด้วย ดังนั้นเห็ดจึงเป็นพืช
เศรษฐกิจที่ตลาดต้องการสูง ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เพาะเห็ดได้ตลอดทั้งปี อาชีพการเพาะเห็ดถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ผมอยากจะแนะนำให้เกษตรกรหันมาเพาะเห็ดกันให้มากขึ้น ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพเสริมหรือยึดเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรเองก็ได้

ความรู้ความเข้าใจก่อนทำการเพาะเห็ดนางฟ้า


ผมจะมาเล่าประสบการณ์ในการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน และเห็ดนางรมฮังการี จากประสบการณ์โดยตรงของผมเอง

โดยได้ปรับบทความในตอนนี้ใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะได้สอดแทรกเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ในการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรม ตลอดจนบอกเล่าถึงวิธีการเพาะเห็ดทุกขั้นตอนในสไตล์ของผมเอง คือ แบบทำไปบ่น (เล่า) ไป.. เพื่อผู้อ่านที่อ่านบทความจะไม่ได้ซีเรียสเหมือนอ่านบทความทางวิชาการ และก็จะแทรกลิ้งข้อมูลเทคนิควิธีการ เคล็ดลับและปัญหาต่างๆ ของการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมในรูปแบบฟาร์มเห็ดขนาดเล็กหรือเพาะเห็ดแบบเศรษฐกิจพอเพียงของผมให้ผู้ที่มีความสนใจได้เข้าไปอ่านหาความรู้เพิ่มเติมในบทความต่อๆ ไป

ดอกเห็ดนางฟ้าภูฐานสีเทาช่อใหญ่มาก
สำหรับการเพาะเห็ดหลายๆ ชนิดโดยส่วนมากจะมีขั้นตอนการเพาะคล้ายๆ กัน ดังนั้นผู้อ่านสามารถจะนำวิธีการเพาะเห็ดนางฟ้าและนางรมนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ โดยเฉพาะกับเห็ดที่เป็นพวกตระกูลเดียวกัน เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม เห็ดเป๋าฮื้อ เป็นต้น เริิ่มตั้งแต่การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเห็ด การทำอาหารวุ้นเลี้ยงเห็ด การทำก้อนเห็ด การเปิดดอกเห็ด ตลอดจนการดูแลเห็ด การแก้ปัญหาโรคต่างๆ ของเห็ด และแนะนำการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด การเพาะเห็ดแบบประหยัดต้นทุน ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาบางขั้นตอนผมอาจจะไม่ได้ทำเพราะใช้วิธีการสั่งซื้อจากฟาร์มขนาดใหญ่มาเลย เช่น การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อเห็ด  การทำเชื้อเห็ด เป็นต้น แต่ก็จะพยายามหาข้อมูลทางวิชาการมาเขียนเป็นบทความให้ความรู้แก่ท่านผู้อ่านให้มากขึ้น

และที่จะละเลยไม่ได้ในการทำเกษตรหรือการเพาะเห็ดที่ผมอยากจะแนะนำแก่เกษตรกร คือ ตลาดต้องมาก่อนการทำเกษตรเสมอ ผมอยากให้เกษตรกรผู้ที่สนใจเพาะเห็ดได้ทำการหาตลาดก่อน หรืออาจจะทดลองเพาะเห็ดเพื่อบริโภคในครัวเรือนดูก่อน เมื่อมีความชำนาญแล้วค่อยขยายการเพาะเห็ดเป็นแบบฟาร์มขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ของเกษตรกรเอง โดยคำนึงถึงช่องทางการตลาดเป็นสำคัญ สำหรับเรื่องการตลาดของการเพาะเห็ด ผมจะเขียนบทความไว้เป็นข้อพิจารณาให้แก่เกษตรกรอีกบทความหนึ่ง


ไปดูการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมของผมกันเลยครับ!  ผมจะทำเป็นแบบฟาร์มเพาะเห็ดขนาดเล็ก คือถ้าวัดจากปริมาณก้อนเห็ดก็ไม่เกิน 10,000 ก้อน หรือจำนวนโรงเรือน 1 หรือ 2 โรงเรือน เกษตรกรผู้สนใจอาจจะทดลองสั่งก้อนจากฟาร์มที่เขาทำก้อนเห็ดขายมาทดลองเพาะดูก่อนก็ได้ เพื่อเรียนรู้ถึงธรรมชาติของเห็ด สังเกตพัฒนาการของเห็ด การขยายพันธุ์ การปล่อยสปอร์ การสร้างเส้นใย การออกดอก เป็นต้น โดยอาจจะสั้งซื้อก้อนเห็ดมาในจำนวน 500 -1,000 ก้อนและทำเป็นโรงเรือนขนาดเล็ก สำหรับความรู้ในการเพาะเห็ดชนิดต่างๆ คุณก็สามารถเข้าไปหาดูข้อมูลจากกลุ่มคนเพาะเห็ดในเฟซบุกหรือหาความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ ที่มีมากมายมาพิจารณาประกอบการทดลองเพาะเห็ดของตนเองดูได้ครับ ซึ่งตอนผมเริ่มเพาะเห็ดครั้งแรกผมก็ทำวิธีนี้ จนเกิดความชำนาญมากขึ้นค่อยเปลี่ยนมาทำเป็นฟาร์มเพาะเห็ดของตัวเองครับ ผมอยากให้เริ่มจากขนาดเล็กๆ ก่อนครับ แล้วค่อยๆ ขยายไปขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ

เห็ดนางฟ้ากำลังเปิดดอกแรก 

ขั้นตอนการสร้างโรงเรือนเพาะเห็ด


อันดับแรกในขั้นตอนของการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมที่ผมอยากจะแนะนำให้คุณทำก่อนเลย คือ การสร้างโรงเรือนสำหรับเพาะเห็ด ถ้าใครที่ต้องการทำเป็นฟาร์มเห็ดนะครับ ส่วนผู้ที่ต้องการทดลองเพาะเห็ดในปริมาณก้อนเห็ดจำนวนน้อยๆ ไว้เก็บบริโภคเอง ก็สามารถที่จะวางก้อนเห็ดไว้ในบริเวณห้องอาบน้ำที่สะอาด หรือทำเป็นกระท่อมขนาดเล็ก หรือแบบแขวนใต้ร่มไม้หาแสลนหรือหญ้าคามาบัง หรือเพาะในโอ่งมังกรเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว หรือในวงบ่อซีเมนต์  แต่การเพาะเห็ดเป็นฟาร์มหรือเป็นจำนวนมากหลายพันก้อนขึ้นไป คุณจะต้องสร้างเป็นโรงเรือน โดยอาจทำเป็นโรงเรือนเล็กๆ หลายโรงหรือทำเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ที่มีความจุได้ถึงหมื่นก้อน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ของคุณ โดยปรับให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และความต้องการของผู้เพาะเห็ด

สำหรับขนาดของโรงเรือนเพาะเห็ดที่นิยมสร้างกันในรูปแบบของฟาร์มเพาะเห็ด ผมแนะนำ 2 ขนาด

  • โรงเรือนขนาดเล็ก 5 x 10 เมตร ความจุของก้อนเห็ดประมาณ 5,000 - 6,000 ก้อน
  • โรงเรือนขนาดกลางใหญ่  7 x 7, 8 x 8 เมตร ความจุของก้อนเห็ดประมาณ 10,000 - 13,000 ก้อน
โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรม มุงด้วยหญ้าคา

ในบริเวณที่จะสร้างโรงเรือนต้องเป็นพื้นที่สะอาดและเป็นลานโล่ง ไม่รกไปด้วยต้นไม้และหญ้า เพราะอาจจะเป็นแหล่งเข้ามาหลบอาศัยของสัตว์มีพิษได้ แบบโครงสร้างของโรงเรือนมีท้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร สำหรับโครงสร้างชั่วคราว วัสดุการสร้างโดยทั่วไปก็หาได้ในท้องถื่น โครงสร้างเป็นไม้ไผ่หรือไม้ยูคาลิปตัส มุงด้วยหญ้าคาหรือจาก อายุการใช้งานโรงเรือนแบบนี้ประมาณ 3 - 4 ปี แบบโครงสร้างโรงเรือนถาวร เป็นโครงสร้างแข็งแรงไปเลย ใช้เสาคอนกรีต มุงหลังคาด้วยกระเบื้องลอนหรือเมทัลชีทก็ได้ มีความคงทนยาวนาน เหมาะกับเกษตรกรที่จะยึดอาชีพเพาะเห็ดเป็นเวลายาวนาน แต่ต้นทุนการก่อสร้างก็จะสูงตามไปด้วย


โครงสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดที่ทำจากไม้ยูคาลิปตัส

หลังจากที่ผมได้สร้างโรงเรือนเพาะเห็ดเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นโรงเรือนขนาดเล็กจำนวน 2 โรงเรือน จุก้อนเห็ดได้โรงเรือนละ 5,000 ก้อน ในขั้นตอนต่อไปก็เป็นการสั่งซื้อขี้เลื่อยไม้ยางพาราเพื่อมาทำก้อนเห็ด ขี้เลื่อยที่เหมาะสำหรับการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมจะเป็นพวกขี้เลื่อยที่ได้จากไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ยางพารา ไม้จามจุรี เป็นต้น หรือใช้วัสดุเพาะพวกฟางข้าว ขุยมะพร้าว ตอซังข้าว ทะลายปาล์ม ไส้นุ่น แต่เนื่องจากวัสดุดังกล่าวนั้นหายาก แต่ขี้เลื้อยไม้ยางพาราหาได้ง่ายและมีปริมาณที่มากพอ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย

วิธีการสั่งซื้อวัตถุดิบขี้เลื่อย


วิธีการสั่งซื้อขี้เลื่อยคุณอาจจะไปสืบหาในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่คุณอยู่ว่ามีที่ไหนบ้างที่เพาะเห็ด อาจจะเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนขอความรู้และประสบการณ์ในการทำเกษตรหรือการเพาะเห็ด และซื้อก้อนเห็ดของฟาร์มนั้น มาทดลองเพาะดูก่อนหรือคุณอยากจะทำก้อนเห็ดเอง ก็อาจจะขอแบ่งซื้อขี้เลื้อยในปริมาณน้อยๆ ก่อน พร้อมอุปกรณ์การเพาะเห็ด และขอความรู้ คำแนะนำจากเจ้าของฟาร์มเห็ดนั้นได้ จนเมื่อคุณพอที่จะมีความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมบ้างแล้ว ก็อาจจะสั่งซื้อขี้เลื่อยมาทำก้อนเห็ดเองในปริมาณที่มากขึ้นได้ ในการเลือกซื้อขี้เลื่อยไม้ยางพาราก็จะมีหลักการและเทคนิควิธีการเลือกซื้อขี้เลื่อยที่คุณต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญ ที่คุณจะได้เคล็ดลับนั้น หลังจากที่คุณเริ่มเพาะเห็ดไปแล้วสักระยะหนึ่ง

ปริมาณการสั่งซื้อขี้เลื่อยไม้ยางพาราของผม ก็จะสั่งซื้อเป็นครั้งๆ ไปตามที่ตนเองต้องการจะทำก้อนเห็ดและทุนทรัพย์ที่มี โดยใช้วิธีการคำนวณคร่าวๆ ก่อน และวางแผนการผลิตก้อนเห็ดในแต่ละรอบการผลิต ซึ่งทำให้ไม่ยุ่งยาก ขาดตอน มีความต่อเนื่องในการเพาะเห็ดได้ตลอดทั้งปี

กำลังลงขี้เลื่อยไม้ยางพารา

มาถึงขั้นตอนสำคัญ คือ วิธีการทำก้อนเห็ด เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั้งซื้อเชื้อเห็ดและอุปกรณ์การทำเห็ด การผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมเพื่อทำก้อนเห็ด การนึ่งก้อนเห็ด การหยอดเชื้อเห็ด การบ่มก้อนเห็ด การเปิดดอกเห็ด และการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อนำไปจำหน่าย ผมจะเล่าไปเป็นตอนๆ สอดแทรกวิธีการและเคล็ดลับให้เป็นแนวทางเล็กน้อย สำหรับเทคนิควิธีการโดยละเอียดเฉพาะเจาะจง ผมจะแยกเขียนเป็นบทความในเรื่องนั้นๆ ไว้โดยเฉพาะเพื่อให้ผู้อ่านได้ไปหาความรู้เพิ่มเติมได้ในภายหลัง

ขั้นตอนวิธีการทำเชื้อเห็ดเมล็ดข้าวฟ่าง


ขั้นตอนวิธีการทำเชื้อเห็ด ในขั้นตอนนี้ผมจะซื้อเชื้อเห็ดสำเร็จรูปที่ฟาร์มเพาะเห็ดขนาดใหญ่ที่เขาได้ทำเชื้อเห็ดขาย เพราะในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและต้องใช้ความรู้ความชำนาญมากในการทำเชื้อเห็ดหรือขยายพันธุ์ของเห็ด หากไม่มีความรู้และทุนทรัพย์มากพอ ผมแนะนำให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลยครับ หากคุณทำเป็นฟาร์มเพาะเห็ดไม่ใหญ่นัก ก็ลองหาซื้อเชื้อเห็ดกับฟาร์มเพาะเห็ดมาตรฐานที่เขาได้รับความนิยมจากกลุ่มคนเพาะเห็ด หรือลองหาในเฟซบุกและเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ แล้วค่อยสั่งซื้อครับ

จะกล่าวขั้นตอนการทำเชื้อเห็ดคร่าวๆ ให้ฟังนะครับ การทำเชื้อเห็ดหรือขยายพันธู์เห็ดนั้น จะเริ่มตั้งแต่การทำอาหารวุ้น PDA (Potato Dextrose Agar) เพื่อใช้เลี้ยงเชื้อเห็ด คุณรู้หรือไม่ครับ ต้องใช้มันฝรั่งทำเป็นน้ำวุ้นนะครับ คุณผู้อ่านจะงงใช้มันฝรั่งแบบไหน ก็มันฝรั่งแบบขนมเลย์ที่เราหาซื้อกินกันนั้นแหละครับ มาต้มเอาน้ำจากมันฝรั่ง แล้วนำไปผสมกับผงวุ้นและน้ำตาลเดกซ์โทรส และนำไปผ่านขั้นตอนการนึ่ง จึงจะสามารถนำไปเป็นอาหารให้กับเนื้อเยื่อเห็ดที่เขาได้แยกออกมาจากดอกเห็ด หรืออีกวิธีการคือแยกสปอร์เห็ด แล้วนำไปใส่อาหารวุ้น PDA ต่อจากนั้นจึงนำไปบ่มจนเส้นใยเห็ดเกิดขึ้นบนอาหารวุ้น ค่อยแยกไปใส่เลี้ยงต่อในเมล็ดข้าวฟ่างอีกครั้งหนึ่ง ที่คุณจะเห็นเขาใส่เป็นขวดแก้วใสแล้วมีเมล็ดข้าวฟ่างอยู่ข้างในและมีเชื้อเห็ดค่อยๆ เดินกระจายเป็นเส้นใยสีขาวๆ นั้นแหละครับ

เห็นไหมครับว่าขั้นตอนการทำเชื้อเห็ดมันยุ่งยากขนาดไหน ผมจึงแนะนำให้ข้ามไปก่อนสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเพาะเห็ด เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีเงินทุนมากพอ อยากทำเองแบบครบวงจร ก็ทำได้เลยครับ แต่ผมจะบอกอะไรให้ในการเพาะเห็ดต้องใช้ใจและอารมณ์อย่างมากนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วคุณจะอยู่ในวงการนี้ได้ไม่นานนัก เพราะมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ผมเขียนเล่า แล้วคุณคิดตามนะครับ!

หัวเชื้อเห็ดเตรียมไว้หยอดกับก้อนเห็ด


ขั้นตอนการทำก้อนเห็ด



ขั้นตอนการทำก้อนเชื้อเห็ด  มาถึงขั้นตอนนี้แหละครับ ที่ผมอยากให้คนที่คิดจะเพาะเห็ดอย่างจริงจัง เริ่มทำ เพราะผมก็เริ่มเพาะเห็ดก็จากขั้นตอนนี้ คือ การทำก้อนเชื้อเห็ดเอง แต่หากไม่มีพื้นฐานความรู้เลยให้แนะนำ ซื้อจากก้อนเห็ดจากฟาร์มต่างๆ มาทดลองเพาะเพื่อดูลักษณะทางนิเวศวิทยาของเห็ดดูก่อนก็ได้นะครับ แล้วค่อยมาเริ่ม ณ จุดจุดนี้ คุณจะไม่ได้บาดเจ็บหนัก ทำไมผมพูดแบบนี้ คุณรู้ไหมครับว่าการเพาะเห็ดก็เหมือนกับการรักผู้หญิงคนหนึ่ง จีบเขาและก็ได้เขามาเป็นแฟน ผมคิดว่าผู้ชายหลายๆ คนคงพอจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะครับ คือ เห็ดก็เหมือนกับผู้หญิง นั้นแหละครับ ต้องละเอียดอ่อน!!

เขียนบทความเรื่องเห็ดอยู่ดีๆ จะพาคุณผู้อ่านออกนอกเรื่องซะงั้น ต่อเรื่องแล้วกัน ขั้นตอนการเพาะเห็ดทุกขั้นตอนต้องใช้ความละเอียดอ่อนพิถีพิถัน และเป็นคนช่างสังเกตเกือบทุกขั้นตอนนะครับ เพราะว่าปัญหาของการเพาะเห็ดจะเยอะมาก หากไม่ระวังก็อาจจะทำให้ก้อนเห็ดเสียหายและขาดทุนได้ ยิ่งคนที่มีเงินทุนไม่มากนัก ผมจะเขียนเล่าบอกปัญหาจุกจิกเล็กน้อยแทรกกับการขั้นตอนการเพาะเห็ดไปเลยนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรมองข้าม


ในขั้นตอนการทำก้อนเห็ด จะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์วัตถุดิบและสูตรอาหารเสริมของเห็ดอยู่มากมายทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขี้เลื่อย ถุงพลาสติกทนร้อนไว้ใส่ทำเป็นก้อน สำลี คอขวดพลาสติก ยางรัด และไปดูสูตรอาหารเสริมที่จะต้องใส่ผสมว่ามีอะไรบ้างนะครับ เช่น รำละเอียด ข้าวปลาย ปูนขาว ยิปซั่ม ดีเกลือ ภูไมท์ ฯลฯ  สำหรับสูตรอาหารในแต่ละฟาร์มหรือของแต่ละคนที่คิดค้นอาจจะใส่ไม่ครบเหมือนกันหมดนะครับ และอัตราส่วนอาจจะแตกต่างกัน นี้ก็สุดแล้วแต่ประสบการณ์ของคนเพาะเห็ดคนนั้นๆ ที่มีสูตรเด็ดเคล็ดลับวิชาที่เขาค้นพบด้วยตนเอง บางคนก็กลายเป็นอรหันต์ด้านการเพาะเห็ดไปเลยก็มี มีหลายสำนักให้คุณเลือกลองไปสมัครเป็นลูกศิษย์ได้นะครับ แล้วอย่าลืมมาเผยเคล็ดลับวิชาแก่คนที่สนใจเพาะเห็ดทั่วไปด้วยครับ แต่สำหรับผมขอเป็นทางสายกลางนะครับ คือ เอาแบบตามตำราวิชาการและประยุกต์ตามสไตล์ของตัวเองบ้างนิดหน่อยก็พอ

กำลังผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมของเห็ดตามสูตร

ในขั้นตอนการผสมขี้เลื่อยกับสูตรอาหารเสริมเห็ดต่างๆ นี้ ในครั้งแรกของผมจะเปิดตำราและก็อ้างอิงก่อนหรือครูพักลักจำจากฟาร์มเพาะเห็ดหรือจากข้อมูลเยอะแยะ สะเปะสะปะในโลกออนไลน์ แต่พอทำก้อนเชื้อเห็ดไปสักระยะ เริ่มมีประสบการณ์แล้ว ก็จะปรับอัตราส่วนผสมมากบ้างน้อยบ้างเป็นของตนเอง หรือไม่ใส่เลยก็ได้สำหรับอาหารเสริมบางชนิด ถ้าของมันขาด ก็ไม่ทำให้ก้อนเห็ดเขาลงแดงตายไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรำละเอียด ข้าวปลาย ยิปซั่ม ดีเกลือ เป็นต้น แต่คุณต้องผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมคลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดีที่สุดนะครับ เพราะนั้นหมายความว่าคุณจะได้ก้อนเชื้อเห็ดที่มีคุณภาพสูง และให้ผลผลิตดอกเห็ดที่สมบูรณ์และออกดอกเยอะนั่นเองครับ

ข้อพึงระวัง ก็คือ อย่าผสมขี้เลื่อยให้แฉะจนเกินไปนะครับ ความชื้นให้อยู่สักประมาณ 50% และความสะอาดต้องมาก่อน ไม่งั้นจะมีพวกเชื้อแบคทีเรียอยู่ในก้อนเห็ด อาจทำให้ก้อนเห็ดเสียหายได้ ถ้าคุณนึ่งแล้วเขาไม่ตาย

ขี้เลื่อยผสมกับอาหารเสริมกองเตรียมไว้บรรจุใส่ถุง

ขั้นตอนการผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมเห็ดต่างๆ


ขั้นตอนการบรรจุขี้เลื่อยผสมเสร็จลงถุงพลาสติก ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับฟาร์มเพาะเห็ดของผมนะครับ คือ แรงงาน เพราะมันต้องใช้เวลาอย่างมากในการตักขี้เลื่อยมาใส่ถุงพลาสติก แล้วทุบๆ ให้แน่นเพื่อทำเป็นก้อน ทีละก้อนๆ เสร็จแล้วใส่คอขวด ใช้สำลีอุดปาก ปิดด้วยกระดาษ เอาหนังยางรัด วิธีการทำดูเหมือนไม่ยาก แต่มันไม่ง่ายเลยครับ ในการผสมขี้เลื่อยกับอาหารเสริมแต่ละกองต้องคำนวณปริมาณให้ได้ใกล้เคียงกับกำลังแรงงานที่จะมารับจ้างกรอกก้อนเห็ดด้วยนะครับ เพราะไม่สามารถกองไว้นานเกิน 2 วันได้ ฟาร์มผมจะวางแผนการทำก้อนเห็ดเป็นช่วงๆ นะครับ ช่วงละ 1,000 - 2,000 ก้อน เพราะไม่มีออร์เดอร์สั่งซื้อก้อน ผมจะทำก้อนเข้าโรงเรือนเพื่อเก็บดอกเห็ดขายเท่านั้น เนื่องจากทุกอย่างต้องทำเองด้วยกำลังคนครับ ไม่มีเครื่่องมือ เครื่องจักรเข้ามาช่วยทำงาน  เหมือนบางฟาร์มที่เขามีทุนพอ เขาก็จะมีเครื่องช่วยผสม เครื่องช่วยกรอกทำเป็นก้อน และเตานึ่งก้อนเห็ดไอน้ำ แต่จริงๆ แล้วผมอยากจะทำให้เป็นฟาร์มขนาดใหญ่ คือ มีปริมาณการทำก้อนเห็ดที่เยอะเพื่อจำหน่ายก้อนเห็ดด้วย เพราะในขั้นตอนนี้จะได้ช่วยกระจายรายได้ คือ ค่าจ้างกรอกก้อนเห็ดให้กับคนในชุมชนมารับจ้าง ถือว่าเป็นการกระจายรายไ้ด้ให้แก่ประชาชน ตามนโยบายประชารัฐนะครับ แจกก่อนผ่อนทีหลัง!  แต่ลองมานึกทบทวนดูอีกที อย่าเลย! ครับ ยิ่งใหญ่ยิ่งล้มเจ็บครับ
ข้อพึงระวัง ในการกรอกขี้เลื่อยผสมอาหารเสริมทำเป็นก้อน ก้อนเห็ดต้องทุบให้แน่นนะครับ เพราะเวลาเอาไปนึ่งขี้เลื่อยเขาจะเปียก และหดตัวทำให้ก้อนเห็ดย้วยได้ มีผลต่อการเดินของเส้นใยเห็ด หลังจากนำก้อนไปหยอดเชื้อเห็ด แล้วนำไปบ่มนะครับ 
กำลังกรอกขี้เลื่อยผสมอาหารเสริมเพื่อทำเป็นก้อนเห็ด

จากรูปด้านบนนะครับ แรงงานสมัยนี้หายากจริงๆ ครับ ผมต้องใช้แรงงานคนชราและแรงงานต่างชาติใกล้ๆ แถวบ้านผม (จ.สุรินทร์ ติดชายแดนเขมร อยู่ทางภาคอิสานใต้ของประเทศไทย)  มาเพื่อทำงานนี้โดยเฉพาะ พูดแบบตรงๆ เลยนะครับ คนไทยเราทำงานแบบหนักไม่เอาเบาไม่สู้เยอะครับ นี่เลยเป็นปัญหาของเศรษฐกิจระดับชาติ คือ การตกงานของคนไทยและขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะฝีมือในแต่ละสาขาอาชีพ ต่อให้มีเป็นสิบเป็นร้อยรัฐบาลก็แก้ปัญหานี้ยากอยู่พอสมควรครับ พาไปการเมืองซะแล้ว!

หลังจากที่กรอกเป็นก้อนเห็ดได้แล้ว ก็วางเตรียมไว้เพื่อที่จะนำไปนึ่งในทันทีนะครับ อย่าวางก้อนเห็ดที่กรอกเสร็จแล้วไว้นานเกิน 2 วันนะครับ เพราะว่าอาจจะทำให้ก้อนเห็ดบูดเน่าเสียได้ เพราะส่วนผสมมีรำละเอียด หรือข้าวปลาย อาจจะทำให้เกิดการบูดเน่าได้



ขั้นตอนการนึ่งก้อนเห็ดนางฟ้า


ขั้นตอนการนึ่งก้อนเห็ด นี่ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่เราจะทำแบบสุกเอาเผากินไม่ได้นะครับ หรือทำแบบลวกๆ ไม่ได้ เพราะมันคือการนึ่ง ฉะนั้นต้องสุกจริงๆ คือ ต้องนึ่งให้ก้อนเห็ดสุกทั่วทั้งก้อน ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาเชื้อราเขียวตามมาแน่นอน ถ้าคุณนำมันไปหยอดเชื้อ อุณหภูมิที่ใช้ในการนึ่งก็อยู่ระหว่าง 100 องศาเซสเซียสหรือใกล้จุดเดือดนั้นแหละครับ สำหรับฟาร์มผมใช้เตานึ่งแบบลูกทุ่งครับ ก็คือ นำถังน้ำมันขนาด 500 ลิตร มาแกะฝาแล้วทำเป็นถังอบแบบง่ายๆ ครับ ความจุก้อนต่อถังก็ประมาณ 90 ก้อน โดยใช้เชื้อเพลิงเป็นไม้ฟืน ใช้ระยะเวลาการนึ่งประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็สุกแล้วครับ ขึ้นอยู่กับขนาดของไม้ฟืนครับ งานเหนื่อยมันจะอยู่ตรงนี้ ถ้าคุณหาไม้ฟืนได้ใหญ่เป็นท่อนซุงก็ดีไปครับ ไม่ต้องคอยหมั่นเติมเชื้อเพลิงบ่อยๆ แต่ถ้าหาได้แต่ท่อนเล็กๆ จะเหนื่อยเติมเชือเพลิงครับ เพราะจะทำให้ก้อนเห็ดสุกไม่ทั่วถึงมากนัก

ในขั้นตอนนี้ผมจะไม่ค่อยปล่อยผ่านการ QC ของผมไปเลยนะครับ ผมจะคอยดูด้วยตัวเองตลอด ว่าก้อนเห็ดที่นึ่งทั้งชุดนั้น สุกทั่วทั้งก้อนทุกก้อนแล้วหรือยัง ถ้าเผลอแม้แต่ชุดเดียว นั้นหมายถึงความเสียหายกำลังจะตามมาอีกรอบหนึ่ง

ก้อนเห็ดที่นึ่งสุกแล้ว

ขั้นตอนการหยอดเชื้อเห็ด


ขั้นตอนการหยอดเชื้อเห็ด  นำหัวเชื้อเห็ดสำเร็จรูปที่อยู่ในเมล็ดข้าวฟ่างมาหยอดใส่ก้อนเห็ดที่นึ่งสุก โดยให้ก้อนเห็ดที่เอาออกจากเตานึ่งนั้นทิ้งไว้สักระยะเพื่อให้ก้อนเห็ดเย็นลงก่อน และบริเวณที่จะทำการหยอดเชื้อต้องสะอาด กำบังมิดชิด ปราศจากลมที่จะพัดเศษละอองฝุ่นในอากาศเข้ามาได้ เอาขวดหัวเชื่อเมล็ดข้าวฟ่างเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ดึงจุกสำลีออก มือผู้ที่จะหยอดเชื้อต้องล้างให้สะอาดและเช็ดด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อ หากเชื้อเห็ดในขวดจับกันเป็นเส้นใยสีขาวปกคลุมไปหมด ให้นำไม้ที่สะอาดขนาดยัดเข้าในปากขวดได้เข้าไปคนๆ ให้เมล็ดข้าวฟ่างแยกออกจากกันก่อน แล้วนำไปหยอดใส่ก้อนเห็ดในถุงประมาณ 10-20 เมล็ด หรือประมาณ 1 ช้อนชา หัวเชื่อเห็ดหนึ่งขวดจะหยอดได้ประมาณ 40-50 ก้อน เสร็จแล้วให้เขย่าๆ หรือทุบก้อนเห็ด  เพื่อให้เมล็ดข้าวฟ่างกระจายเกลี่ยเข้าไปในบริเวณคอก้อนเห็ดให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นเชื้อจะไม่เดิน เพราะจะมากระจุกกันอยู่ที่ตรงคอขวด ปิดถุงก้อนเห็ดด้วยสำลีเหมือนเดิม ห่อหุ้มด้วยกระดาษ รัดด้วยหนังยาง เป็นอันเสร็จวิธีการหยอดเชื้อเห็ดในแต่ละก้อน แล้วเตรียมนำก้อนเห็ดที่หยอดเชื่อเสร็จแล้วทั้งหมดเข้าไปในโรงเรือนเพื่อบ่มเชื่อก้อนเห็ดต่อไป


ข้อพึงระวัง ในขั้นตอนการหยอดเชื้อเห็ดสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ความสะอาดมาก่อน ไม่อย่างนั้นแล้ว เชื่อเห็ดอาจจะน็อคได้ เพราะติดเชื่อ หรืออาจมีสิ่งปนเปื้อนทำให้เกิดราเขียวในเวลาต่อมาได้ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีผลอะไรมากนัก หากหัวเชื่อเมล็ดข้าวฟ่างที่คุณได้ซื้อมาแข็งแรงดี  ซื้อจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือได้มีคุณภาพ ก็สบายใจได้ว่าเชื้อเห็ดจะเดินเส้นใยได้สมบูรณ์แน่นอน

เชื้อเห็ดเมล็ดข้าวฟ่างแก่พอเหมาะที่จะหยอด

ขั้นตอนการบ่มก้อนเชื้อเห็ด


ขั้นตอนการบ่มก้อนเชื้อเห็ด  เมื่อนำก้อนเชื้อเห็ดที่หยอดเชื่อเข้าโรงเรือน หากผู้ที่ทำฟาร์มเห็ดขนาดเล็กหรือแบบพอเพียงก็ให้บ่มไว้ในโรงเรือนเปิดดอกได้เลย หรือหาที่ว่างมีหลังคากันแดดกันฝนวางก้อนเห็ดเพื่อบ่มก็ได้ เพราะก้อนเห็ดในระยะการบ่มหรือการสร้างเส้นใยเห็ดนั้น เหมาะสมกับอุณหภูมิปกติคือ 30 - 35 องศา ตามอากาศบ้านเรา ระยะเวลาการบ่มประมาณ 30 วัน เชื้อเห็ดที่หยอดที่ปากก้อนเห็ดจะค่อยๆ สร้างเส้นใยสีขาวจากปากก้อนเห็ดไปเรื่อยๆ จนเต็มก้อนเห็ด ในช่วงนี้ให้ผู้เพาะเห็ดต้องหมั่นสังเกตการเดินเส้นใยของก้อนเห็ดแต่ละก้อน ว่ามีก้อนไหนมีการเดินเส้นใยผิดปกติหรือไม่ หรือชะงักการเดินเส้นใยก็ให้แยกออกมาก่อนเพื่อหาสาเหตุของอาการนั้นๆ

ข้อพึงระวังในระหว่างการบ่ม ให้ระวังหนูเป็นอย่างมาก เพราะว่าหนูจะเข้ามากัดกระดาษปากก้อนเห็ดกระจุยกระจายเพื่อเข้ากินเมล็ดข้าวฟ่างที่อยู่ในปากก้อนเห็ด ให้หาแมวมาเลี้ยง โดยไม่ต้องคำนึงว่าแมวจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้ก็พอ อุ๊บ! ใช้วลีของประธานเติ้งเสี่ยวผิง ซะงั้น! หรือหากับดักหนูเตรียมไว้เลยก็ได้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรรบกวนมากนัก แมลงสาบบ้างนิดหน่อย คงไม่เป็นปัญหา

ก้อนเห็ดที่กำลังอยู่ในช่วงการบ่มกำลังเดินเส้นใย 

ขั้นตอนการเปิดดอกเห็ด


ขั้นตอนการเปิดดอกเห็ด แล้วก็มาถึงเวลาที่คุณรอคอย ผู้ทำการเพาะเห็ดครั้งแรกจะเกิดอาการตื้นเต้นมากหรือน้อยก็แล้วแต่แอ็บสแตร็คของแต่ละคน เพราะผมก็รู้สึกตื่นเต้นและก็ดีใจเหมือนกัน หลังจากที่รอคอยการเดินเส้นใยของก้อนเห็ดมาจนก้อนเห็ดมีสีขาวเต็มก้อนแล้ว ก็ให้ทำการเปิดดอก บางครั้งก้อนเห็ดบางก้อนเขาอาจจะแทงดอกทะลุกระดาษออกมาเลยก็มี เพราะว่าเขาได้รับอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม นั้นแสดงว่าถึงเวลาที่คุณจะต้องเปิดดอกแล้ว ระยะเวลาประมาณ 30 วัน เร็วกว่าหรือช้ากว่าเล็กน้อย ขั้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมสภาพอากาศครับ คุณอาจจะใช้วิธีนี้ก็ได้เป็นจุดสังเกตเพื่อเปิดดอกพร้อมกันทีเดียวหมดทุกก้อนหรือทั้งโรงเรือน หากคุณหยอดเชื้อในระยะเวลาใกล้เคียงกัน หรือไม่ห่างวันกันมากนัก

วิธีการก็ให้นำกระดาษที่หุ้มไว้ออก ผมลืมบอกไปนิด! ตอนที่คุณหยอดเชื้อคุณจะเอาสำลีออกไปเลยตอนนั้นก็ได้เหลือไว้แต่กระดาษหุ้มไว้ เพราะสำลีอาจจะเปียกทำให้เป็นแหล่งล่อแมลงมาวางไข่หรือเชื้อเน่าได้ที่ปากก้อนเห็ดตอนที่คุณบ่มก้อน หลังจากที่คุณนำกระดาษออกแล้ว ก็ปล่อยให้ดอกเห็ดหน้าแรกเขาทยอยออกมาทุกๆ ก้อน คุณก็เก็บไปบริโภคหรือขายได้แล้ว

ในขั้นตอนนี้เส้นใยเขาเดินรัดตัวเต็มที่แล้วและพร้อมจะออกดอกเป็นชุดๆ ให้กับคุณ วิธีการเก็บดอกเห็ดต้องใช้ความระมัดระวังด้วย เวลาคุณเก็บให้ค่อยๆ โยกช่อดอกเห็ดไปซ้ายขวาขึ้นลงแบบเบาๆ มือ แล้วดึงออกตรงๆ เพียงเท่านี้ก็จะไม่ทำให้เส้นใยเห็ดในก้อนเห็ดช้ำหรือแตก เพื่อที่เขาจะได้พักตัวและสร้างเส้นใยใหม่เพื่อพัฒนามาเป็นตุ่มและกลายเป็นดอกในครั้งต่อไปได้เร็วขึ้น และหลังจากที่เก็บดอกทุกครั้งให้ใช้ปลายช้อนโต๊ะค่อยๆ เขี่ยเศษตะกอนขาวๆ ที่โคนเห็ดที่อยู่ในปากก้อนเห็ดออกให้หมดให้เห็นเนื้อขี้เลื่อย ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะไม่ออกดอกเพราะจะกระจุกอยู่ เนื่องจากเศษตะกอนเหล่านี้กั้นไว้

เปิดดอกเห็ดหน้าแรก

ตามภาพด้านล่างผมจะอธิบายให้คุณเห็นพัฒนาการหรือวงจรชีวิตของเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรม อ้างอิงตามหลักวิชาการวิชาวิทยาศาสตร์ ชีววิทยาเลยนะครับ ถ้าผู้อ่านกลัวจะอ่านแล้วเวียนหัวก็ให้เลื่อนผ่านไปอ่านส่วนล่างสุดของบทความเลยนะครับ ผมรู้คนไทยอ่านหนังสือวิชาการไม่เกิน 8 บรรทัด ฮึๆ
วงจรชีวิตของเห็ดจะเกิดมาจากสปอร์ จากสปอร์จะกลายมาเป็นเส้นใย (Mycelium) เมื่ออยู่ในสภาพที่เหมาะสม  และพัฒนาเป็นดอกเห็ดในเวลาต่อมา แล้วก็ให้สปอร์หมุนเวียนวงจรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ครับ
 เส้นใยเห็ดเดินเต็มก้อนแล้วก็เริ่มออกดอก
 สปอร์ของเห็ด จะอยู่บริเวณครีบใต้ดอกเห็ดนะครับ เห็ดนี้เกิดจากการผสมพันธุ์ในเพศเดียวกันนะครับหรือไบเซ็กชวล เอ้ย! ไม่ใช่ นั้นมันคนนิหน่า  คือเขาจะผสมพันธุ์ในดอกเห็ดของตัวเองเป็น 2 นิวเคลียส แยกเป็น 4 นิวเคลียส แล้วก็จะกลายเป็น 4 สปอร์ หรือมีลูก ที่อยู่บนครีบดอกนั้นแหละครับ จะมีลักษณะเป็นผงฝุ่นๆ เกาะอยู่ลองเก็บดอกเห็ดมาแล้วหงายดูครับ หลังจากนั้นสปอร์หรือลูกเขาก็จะกระจายหรือฟุ้งไปในอากาศ แล้วไปอยู่ในสภาพที่แวดล้อมที่เหมาะสม เขาก็จะทำการผสมพันธุ์เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ เป็นวงจรชีวิตของเห็ดเขานะครับ

ลักษณะการออกดอกของเห็ดนางรมฮังการี

ในส่วนที่พัฒนาการมากลายเป็นดอกเห็ดก็เกิดจากเส้นใยที่งอกจากสปอร์ ทีละข้้นครับ เขามีเส้นใย 3 ขั้นครับ ขั้นที่ 1 งอกมาจากสปอร์ที่อยู่ในก้อนเห็ดมีนิวเคลียสเดียวโด่เด่ ไม่สามารถพัฒนาเป็นดอกได้ ขั้นที่ 2 เส้นใยในก้อนเห็ดจากขั้นที่ 1 สองเส้นมาเจอกันสัมผัสกัน กอดจูบลูบคลำกัน ก็จะละลายกลายเป็นเซลล์เดียวกัน แต่มี 2 นิวเคลียส เพื่อจะกลายเป็นเส้นใยในขั้นที่ 3 ต่อไปครับ ขั้นที่ 3 เมื่อนิวเคลียส 2 อัน เติบโตเต็มที่ จะสร้างสารฮอร์โมนชนิดหนึ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นเส้นใยเป็นตุ่มดอกเห็ดเล็กๆ และกลายเป็นดอกเห็ดในทีสุด หวังว่าคุณผู้อ่านไม่งงนะครับ กับวิชาการเพศศึกษาของเห็ด!

ตุ่มดอกเห็ดกำลังจะกลายเป็นดอกเห็ด

ขั้นตอนการดูแลก้อนเห็ด


ที่นี่มาดูขั้นตอนการปฏิบัติดูแลก้อนเห็ดกันนะครับ จากที่ผมได้เล่าถึงวงจรชีวิตของเห็ดนั้น จะมีความสำคัญต่อการดูแลก้อนเห็ดของเรานะครับ เพราะจากก้อนเห็ดหนึ่งก้อนจะเกิดเป็นดอกเห็ดได้ ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น อาหารเสริมที่จะช่วยเขาสร้างสารฮอร์โมน การป้องกันและรักษาเชื้อราและศัตรูก้อนเห็ดต่างๆ

โดยเฉพาะเชื้อราที่มักจะเกิดขึ้นกับก้อนเห็ดบ่อยที่สุด เชื่อราที่เกิดกับเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมก็มีหลายชนิด เช่น ราเขียว ราดำ ราส้ม เป็นต้น สาเหตุที่ก่อให้เกิดเชื้อราก็แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของเชื้อรา ที่พบบ่อยที่สุดก็จะเป็นราเขียวที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากเกือบๆ ทุกขั้นตอนของการเพาะเห็ด  ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อก้อนเห็ดได้อย่างรวดเร็วหากลุกลาม การนึ่งก้อนไม่สุก ขั้นตอนการหยอดเชื้อไม่สะอาด หรือเชื้อเห็ดไม่แข็งแรงมีราเขียวปนเปื้อน โรงเรือนสกปรก หรือสัตว์พาหนะนำเชื่อรามา เช่น หนู ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของราเขียวทั้งสิ้น นอกจากนี้ก็จะมีเชื่อแบคทีเรียทำให้ดอกเห็ดเน่าเหลือง แคระแกร็น เป็นจุดสีน้ำตาล ดอกเล็กผิดปกติ ดอกช้ำง่าย และจากเชื้อไวรัสก็มีแต่พบได้น้อยมาก



สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการออกดอกของเห็ด คือ การถ่ายเทอากาศในโรงเรือนไม่ดี ทำให้อากาศอับมีคาร์บอนไดออกไซต์เยอะ ทำให้ดอกแคระแกร็น ดอกหงิก ดอกเล็ก ดอกไม่บานคลี่ออก ม้วนงอออก ก้านดอกยาวบิดเบี้ยว ไม่มีหมวกดอก หรือก้านดอกใหญ่ผิดปกติ

แสงสว่าง ก็มีส่วนช่วยในการกระตุ้นฮอร์โมนในก้อนเห็ดให้สร้างดอกดีขึ้น ต้องให้แสงสว่างเพียงพอในโรงเรือน ให้ทำช่องแสงเปิดปิดได้ไว้ เพื่อเปิดให้แสงแดดส่องเข้าไปในโรงเรือนได้ เปิดรับแสงแดดช่วงเช้าๆ สัก 10-20 นาทีก็น่าจะเพียงพอสำหรับการช่วยกระตุ้น

ความชื้นของอากาศ ก็สำคัญเป็นสิ่งที่สัมพัทธ์กับสภาพของก้อนเห็ดและโรงเรือนโดยตรง คือ ความชื่นในโรงเรือนต้องมีความชื้นประมาณ 80% ถึงจะเหมาะกับการออกดอกของเห็ด ดังนั้นการรดน้ำให้กับก้อนเห็ดต้องรดน้ำเป็นเวลาและให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศ ณ เวลานั้น หากสภาพอากาศแห้งแล้ง ในหน้าหนาวก็ให้รดน้ำบ่อยครั้ง แต่รดแต่เพียงน้อยๆ และหาผ้าใบพลาสติกมากั้นภายในโรงเรือนให้รักษาความชื้นอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมใกล้เคียง หากเป็นหน้าร้อนก็ให้เพิ่มการรดน้ำให้เพียงพอแต่อย่าให้แฉะจนเกินไป เพราะหากมีน้ำขังมากอาจทำให้ก้อนเห็ดเน่าได้ หากก้อนเห็ดเน่าก็จะล่อแมลงหวี่ แมลงวัน มาตอมแล้วหยอดไข่ น้ำเชื่อโรคเข้ามาระบาดในโรงเรือนได้

จากขั้นตอนการปฎิบัติดูแลก้อนเห็ดที่กล่าวมา ผมจะเน้นให้ทำการป้องกันมากกว่าการรักษาหรือมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับก้อนเห็ดแล้ว ถ้าเราป้องกันได้ดีปัญหาเชื่อราหรือศัตรูเห็ดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไร แมลงหวี่ แมลงวัน หนอน ก็จะเกิดขึ้นน้อยและไม่แพร่ระบาดไปรวดเร็วหรือลุกลามไปเยอะ โดยเฉพาะปัญหาเชื้อราเขียวหากเราไม่ระมัดระวังและหมั่นสังเกตดูก้อนในโรงเรือนอาจจะลุกลามไปได้รวดเร็วทั้งโรงเรือนภายใน 1-2 วัน ที่นี่ก็แก้ไขหรือรักษายากขึ้น อาจทำให้เสียหายทั้งหมดและทำให้ขาดทุน หรือเข็ดขยาดกับการเพาะเห็ดไปเลยก็เป็นได้

อินทรีทองเกษตรอินทรีย์กลายเป็นพ่อค้าเห็ด

สรุป


จากที่ผมได้เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ของผมที่ได้ทำฟาร์มเพาะเห็ดนางฟ้าและเห็ดนางรมด้วยตนเอง ถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งในการทำเกษตรอินทรีย์ของผม  โดยทำเป็นฟาร์มขนาดเล็กเป็นอาชีพเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง สามารถมีรายได้ที่สม่ำเสมอเลยทีเดียว แต่ผมก็ไม่แนะนำให้เกษตรกรที่สนใจไปทำการเพาะเห็ดเลย โดยไม่ศึกษาหาความรู้เสียก่อน หรือทำเป็นฟาร์มขนาดใหญ่โตเพื่อหวังแต่ผลกำไรแต่อย่างเดียว เพราะนั้นอาจจะทำให้คุณอยู่ในวงการนี้ได้ไม่นานมากนัก เพราะว่าราคาสินค้าเกษตรมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง จึงอยากให้คำนึงถึงด้านการตลาดมาก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยมากำหนด Scale การทำฟาร์มเห็ดของตนเอง ผมอยากให้เกษตรกรเน้นไปที่การทำเกษตรผสมผสาน คือการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลายชนิด ตามฤดูกาลและสภาพพื้นที่เสียมากกว่าที่จะเน้นการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงชนิดเดียว หรือทำเกษตรในเชิงเดี่ยวนั่นเอง ที่ผมพูดอย่างนี้ไม่ใช่ว่าจะกีดกันคู่แข่งในทางธุรกิจแต่อย่างใด เพราะคุณไม่ใช่ศัตรูของผม และผมก็ไม่มีนิสัยกินรวบหรือตะกละตะกลาม เพื่อกินคนเดียวอยู่แล้ว มันไม่แฟร์และรู้สึกไม่เป็นธรรมต่อคนทั่วไป

ดอกเห็ดนางรมกำลังบาน


พูดซะให้ตัวเองดูดีเลยเรา! จะจบบทความอยู่แล้ว โดยใจจริงแล้ว คือ ผมอยากให้เกษตรกรทุกคนได้มีรายได้พอเพียงจากอาชีพการเพาะเห็ดได้อย่างยั่งยืน เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว ไม่ต้องแข่งขันมาก อยากให้เป็นเหมือน "นกน้อยทำรังแต่พอตัว" โดยยึดพระราชดำรัสของ ร.๙ ของเราไว้ คือ เรื่องแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการทำเกษตรแบบยั่งยืน

ขอบคุณครับ...
อินทรีทองเกษตรอินทรีย์ : ผู้เขียนบทความ