ยินดีต้อนรับสู่บล๊อกของคนทำเกษตรอินทรีย์ด้วยนวัตกรรม

จุลินทรีย์ EM คืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรในการทำเกษตรอินทรีย์



ผมเคยได้เขียนบทความเกี่ยวกับเกษตรธรรมชาติไว้แล้วในบทความก่อนหน้านี้ สำหรับแนวคิดด้านการทำเกษตรในรูปแบบธรรมชาติ ผู้นำแนวคิดหรือปรัชญาเกษตรธรรมชาติโดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้


ผู้ริเริ่มเกษตรการทำเกษตรธรรมชาติ ชาวญี่ปุ่น คือ ท่านโมกิจิ โอกาดะ ซึ่งเป็นอีกท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า "เกษตรธรรมชาติ คือ เกษตรกรรมที่ผลิตผลผลิตได้อย่างพอเพียง โดยการนำหลักการของธรรมชาติมาใช้อย่างถูกต้อง และสามารถส่งเสริมสุขภาพของมนุษย์ ตลอดจนสภาพแวดล้อมธรรมชาติด้วย"

การใช้จุลินทรีย์ช่วยในการทำเกษตรก็เป็นหลักการหนึ่งของการทำเกษตรธรรมชาติ โดยอาศัยจุลินทรีย์ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการทำเกษตร และยังเป็นการทำเกษตรที่ยั่งยืน ไม่ทำลายดิน สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์อีกด้วย



ผมได้นำแนวคิดและเทคนิคการใช้จุลินทรีย์มาใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์ของผม ตั้งแต่เริ่มต้นทำการเกษตรเมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยได้ทำการทดลองและเฝ้าสังเกตการทำงานของจุลินทรีย์ที่ใช้ในการทำเกษตร ด้วยตนเอง ส่วนตัวผมเองขอยืนยันและรับประกันว่าเห็นผลจริง และแนวทางการทำเกษตรธรรมชาติทำได้จริง เห็นผลเป็นรูปธรรม

การทำเกษตรอินทรีย์ในสวนเกษตรของผม โดยใช้จุลินทรีย์ที่เป็นเทคโนโลยี EM เป็นเทคนิคการทำเกษตรเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านสุขภาพของผู้ผลิตหรือผู้บริโภค ความเสื่อมของดิน และระบบนิเวศนหรือห่วงโซอาหารธรรมชาติถูกทำลาย เป็นต้น

ก่อนอื่นผมจะพาไปรู้จักความหมายของจุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) และก็จะอธิบายบอกเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองจากการใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยในการทำเกษตรอินทรีย์ของผม

EM คืออะไร?


EM คือ จุลินทรีย์กลุ่มด้านดีที่มีประสิทธิภาพ  หรือเป็นจุลินทรีย์กลุ่มดีหรือกลุ่มสร้างสรรค์ โดยได้ผ่านการการวิจัยคัดเลือกจากจุลินทรีย์ด้านดีกลุ่มต่างๆ มารวมกันมากกว่า 80 ชนิด มาเป็นจุลินทรีย์ที่ไว้ใช้ในการทำการเกษตรโดยเฉพาะ

ผู้คิดค้นเป็นชาวญี่ปุ่น คือ ศาสตราจารย์ ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ เป็นผู้ค้นพบจุลินทรีย์ EM และได้วิจัยนำมาใช้ในการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ

สำหรับประเทศไทยมีการนำจุลินทรีย์ EM มาใช้โดยคุณคาซุโอ วาคุกามิ และคุณภาวุฒิ คุณวัฒนภักดี เมื่อปี พ.ศ.2511 โดยได้จัดตั้งศูนย์เกษตรธรรมชาติคิวเซ ที่อำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี เป็นแห่งแรก จากนั้นก็ค่อยขยายแนวคิดการใช้จุลินทรีย์ EM ให้กระจายไปทั่วประเทศไทยในเวลาต่อมา



หลักการของจุลินทรีย์ EM คือ ใช้จุลินทรีย์กลุ่มดีหรือกลุ่มสร้างสรรค์ใส่ลงไปในดินหรือในกระบวนการทำการเกษตรธรรมชาติเพื่อให้มีมากกว่ากลุ่มจุลินทรย์ที่ก่อโรค และยังมีกลุ่มจุลินทรีย์ในธรรมชาติอีกมากที่เป็นกลางก็จะสนับสนุนกลุ่มจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ ทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรคด้อยหรือสลายหายไปนั่นเอง

หากกลุ่มจุลินทรีย์ด้านดีมากกว่ากลุ่มจุลินทรีย์ด้านร้าย หรือกลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรค ธรรมชาติก็จะปราศจากมลภาวะเน่าเหม็นหรือโรคนานาชนิด แต่หากกลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรคหรือด้านร้ายมากกว่า ธรรมชาติก็จะเต็มไปด้วยโรคนานาชนิด และสภาวะมลพิษเน่าเหม็น

จุลินทรีย์ด้านดีหยุดยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ด้านร้ายไม่ให้แสดงปฎิกิริยาได้ และจะค่อยๆ สลายหายไป นี่เป็นประโยชน์และความมหัศจรรย์ของจุลินทรีย์

EM ไม่ใช่ยาแต่เป็นการใช้เทคนิคทางธรรมชาติในการแก้ปัญหาโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากจุลินทรีย์ โดยการทำให้สภาพแวดล้อมหรือธรรมชาติมีจุลินทรีย์กลุ่มดีมากกว่ากลุ่มก่อโรค แล้วโรคจะค่อยๆ หมดไป

จุลินทรีย์ EM สามารถนำไปใช้ในการรักษาโรคพืชและโรคสัตว์ได้ หรือนำไปใช้ในการทำเกษตรในรูปแบบธรรมชาติ อาหารของพืชก็คือ ซากพืช ซากสัตว์ ที่เปื่อยแล้วเน่าสลายไปในดินกลายเป็นธาตุอาหารต่างๆ ให้กับพืช แม้แต่ในกระเพาะของสัตว์หรือคนก็ดี ที่กินพืชและสัตว์เข้าไป ก็จะมีจุลินทรีย์ต่างๆ ช่วยย่อยสลายอาหารที่รับประทานเข้าไปให้เป็นสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายของคนและสัตว์

ดังนั้นถ้าในดินก็ดีหรือในกระเพาะของสัตว์หรือคนก็ดี มีจุลินทรีย์กลุ่มก่อโรคมากก็จะทำให้พืชและสัตว์ไม่เจริญเติบโต และเต็มไปด้วยโรคนานาชนิด แต่หากในดินหรือในกระเพาะของคนและสัตว์มีจุลินทรีย์กลุ่มดีอยู่มาก พืช คนและสัตว์ก็จะปราศจากโรคต่างๆ และมีสุขภาพที่ดีนั่นเอง

วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการทำเกษตรอินทรีย์


การใช้จุลินทรีย์ในการทำเกษตรอินทรีย์ของผมจะใช้ในการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ ไปดูเทคนิคการใช้จุลินทรีย์ EM ในการทำเกษตรของผมกัน

โดยผมจะแบ่งการใช้จุลินทรีย์ EM เป็น 2 รูปแบบ คือ วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยในการปลูกพืช และวิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการเลี้ยงสัตว์

วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยในการปลูกพืช


ในช่วงเริ่มแรกของการทำสวนเกษตรอินทรีย์ของผม ยังคลำเป้า (ไม่ใช่เป้ากางเกงนะครับ) คือหาเป้าหมายที่ชัดเจนได้ไม่มากนัก แต่มีเพียงไอเดียหรือแนวคิดในใจลึกๆ และมีคำถามข้อสงสัยว่าจะทำเกษตรหรือปลูกพืชอย่างไรโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี และทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี?

นั้นจึงเป็นแนวทางหรือแนวคิดให้ผมต้องศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตรในรูปแบบธรรมชาติ โดยศึกษาทั้งจากตำราและข้อมูลต่างๆ ในโลกออนไลน์ แล้วกลั่นกรองเพื่อหาวิธีการออกมาใช้ในรูปแบบการทำเกษตรของตนเอง โดยไม่ละทิ้งหลักการหรือทฤษฎีทางวิชาการแต่อย่างใด เพียงแต่ปรับเทคนิคและวิธีการเพียงเล็กน้อยเพื่อนำมาใช้ในการทำเกษตรอินทรีย์เท่านั้น



หากผมจะอธิบายโดยเขียนบอกเล่าเป็นตัวอักษรก็คงจะสรุปเป็นใจความได้ยากในเทคนิคการใช้จุลินทรีย์ EM แต่ตลอดระยะเวลาการทำเกษตรที่ผ่านมา ผมได้ลงมือทำและทดลองใช้เทคโนโลยี EM ในการทำเกษตรด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้ EM ในการปลูกข้าว หรือใช้ในการปลูกพืชชนิดต่างๆ หรือใช้เป็นจุลินทรีย์ช่วยในการหมักน้ำหมักชีวภาพ และทำหมักปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น

ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษและคุณประโยชน์ที่มีอยู่ในตัวจุลินทรีย์ EM อยู่แล้ว ก็ทำให้การปลูกพืชโดยการใช้จุลินทรีย์มาช่วยเสริม และงดการใช้ปุ๋ยเคมี เห็นผลได้จริง หากแต่การทำเกษตรในรูปแบบนี้ คือ การใช้จุลินทรีย์ EM จะทำให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตได้ช้ากว่าการใช้ปุ๋ยเคมีที่ให้ผลผลิตได้ไวกว่า

ดังนั้นการทำเกษตรโดยการใช้จุลินทรีย์ EM จะต้องใช้ความอดทนและระยะรอคอยนานกว่า แต่ก็ให้ผลผลิตอาหารที่ปลอดภัย ไร้สารพิษ สารเคมี ทำให้พืชผักผลไม้มีรสชาดดี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ได้รับสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย

แต่การทำเกษตรในรูปแบบการใช้เทคนิคทางธรรมชาตินี้ ต้องมีความเชื่อที่แฝงด้วยปรัชญาหรือหลักของธรรมะของธรรมชาติอยู่ด้วย ซึ่งผมจะมาบอกเล่าในบทความตอนต่อไป แต่ไม่ใช่ในรูปแบบของพระมาเทศน์หรือสอนหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด แต่จะเป็นการบอกเล่าอธิบายหลักการธรรมะที่เป็นธรรมชาติที่ผมยึดถือในการการทำเกษตรธรรมชาตินั่นเอง

สำหรับการทำเกษตรอินทรีย์โดยใช้จุลินทรีย์ EM ช่วยในการปลูกพืช ผมได้ทำวิดีโอไว้หลายตอนด้วยกัน และได้อธิบายเทคนิคและวิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ไว้ประกอบกับการลงมือปฏิบัติจริง ในวิดีโอนี้ เป็นวิดีโอตอนหนึ่งในอีกหลายตอนที่ผมได้ใช้จุลินทรีีย์ EM ช่วยในการทำการเกษตร วิดีโอนี้เป็นการใช้จุลินทรีย์ช่วยสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ต้นข้าวในการทำนาอินทรีย์ของผม ไปดูกัน

 

วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการเลี้ยงสัตว์



นอกจากจุลินทรีย์ EM จะใช้ในการปลูกพืชแล้ว จุลินทรีย์ EM ยังใช้ในการเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย เพราะว่าจุลินทรีย์ EM สามารถแก้ปัญหาโรคต่างๆ ในสัตว์ที่มีสาเหตุมาจากจุลินทรีย์กลุ่มก่อโรคได้

ไม่ว่าจะเป็นโรคทางเดินอาหาร เช่น โรคบิด โรคพยาธิ โรคลำไส้ต่างๆ ที่เกิดกับสัตว์ปีกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โรคจากอากาศ เช่น โรคหวัด และโรคจากบาดแผล โรคต่างๆ เกือบทั้งหมดสามารถใช้จุลินทรีย์ EM ในการบรรเทาหรือกำจัดเชื่อโรคที่เกิดจากเชื่อแบคทีเรีย หรือกลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรคได้ทั้งสิ้น



โดยเป็นหลักทางธรรมชาติที่ผมได้กล่าวไปในเบื้องต้น คือ จุลินทรีย์ด้านดีมีมากกว่าจุลินทรีย์ด้านร้าย ทำให้ช่วยกันสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้กับสัตว์ได้ ทั้งยังช่วยย่อยสลายและกำจัดเชื่อโรคที่เกิดจากกลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรคออกไป ทำให้สภาพแวดล้อมดีหรือระบบนิเวศทางธรรมชาติปลอดภัย

วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการเลี้ยงสัตว์ของผมเอง ผมได้ทดลองใช้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ ให้สัตว์ดื่ม ทา ฉีดพ่น ล้าง อาบ และผสมในการทำน้ำหมัก เป็นต้น และได้ถ่ายทำวิดีโอวิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการเลี้ยงสัตว์ไว้หลายตอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผสมกับอาหารปลา อาหารไก่ เพื่อช่วยย่อยสลายอาหารให้และเร่งการเจริญเติบโต ใช้ในการหมักหรือขยายหัวเชื่อ แล้วนำไปผสมในการเลี้ยงไก่บ้าน  เป็นต้น

วิดีโอนี้เป็นอีกวิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ในการเลี้ยงไก่ของผม


สรุป


การใช้จุลินทรีย์ EM ในการทำเกษตรรูปแบบธรรมชาติ เป็นเทคนิคการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการทำการเกษตร และช่วยแก้ปัญหาผลกระทบจากการทำการเกษตรที่ใช้สารเคมี ที่เป็นปัญหาด้านสุขภาพต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค เกิดการเสื่อมของดิน ช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม

แต่วิธีการใช้จุลินทรีย์ EM ต้องศึกษาหาความรู้ในคุณสมบัติของตัวจุลินทรีย์ให้ถ่องแท้ ก่อนที่จะนำมาใช้ จึงจะเกิดประโยชน์ได้มากที่สุด อีกประการหนึ่งก็คือ การทำเกษตรด้วยการใช้จุลินทรีย์จะเห็นผลได้ช้ากว่าการทำเกษตรในรูปแบบการใช้ปุ๋ยเคมีมาก คือไม่เห็นผลทันตา แต่อาจจะใช้เวลาและให้ผลผลิตช้ากว่าเป็นปีเลยทีเดียว

การลงปฏิบัติและทดลองใช้ในการทำเกษตรด้วยตัวเอง ตลอดจนเฝ้าสังเกตก็จะทำให้เกษตรกรมีความเชื่อว่าการใช้จุลินทรีย์ในการทำเกษตรให้ผลได้จริง แต่ไม่ใช่เป็นการลบล้างความเชื่อหรือทัศนะคติของเกษตรกรต่อการทำเกษตรธรรมชาติไปได้เลยในฉับพลันแต่อย่างใด เพราะมันไม่อาจเป็นไปได้

แต่หลักการหรือวิธีการนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความคิดของเกษตรกรไปทีละเล็กทีละน้อย จนเขาสัมผัสและเรียนรู้และเกิดความเชื่อด้วยตัวเขาเองเท่านั้น จึงจะทำให้เขาหันมาทำเกษตรธรรมชาติในที่สุด

เป้าหมายของการทำเกษตรธรรมชาติที่สำคัญที่สุด คือ การผลิตอาหารที่ปลอดภัย ไร้สารเคมี มีรสชาดดีและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ไม่ก่อให้เกิดโรคภัยหรือผลกระทบที่ร้ายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค  สร้างระบบนิเวศหรือห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติที่ดี นั่นคือเจตนารมณ์และเป้าหมายหลักของการทำเกษตรโดยใช้จุลินทรีย์หรือเกษตรธรรมชาติ


อินทรีย์ทองเกษตรอินทรีย์ : ผู้เขียนบทความ